Ai_Grid_0006's profileGEAR 37 / เกียร์ ๓๗ / เก...BlogLists Tools Help

Blog


    9/17/2006

    ไอ้คนมีกรรม มันทำไปได้ยังไงวะ กฤตย์ = ขึด

    http://72.14.253.104/search?q=cache:SYwWxGJsRYUJ:lanna.mju.ac.th/lannakasaetad_detail.php%3FrecordID%3D3+%E0%B8%81%E0%B8%A4%E0%B8%95%E0%B8%A2%E0%B9%8C&hl=th&ct=clnk&cd=13

     

    กฤตย์ หรือ ขึด

     

    คำว่า ขึด นี้ น่าจะมาจาก “ กฤษณ์ ” หรือ “ กฤตย์ ” ดังที่พบว่ามีการเรียกพระนารายณ์ “ พระขึดมือสี่ ” และเรียกวรรณกรรมเรื่องอุสาบารสว่า “ พระขึดกับพระพาน ” คือพระกฤษณะและเจ้ากรุงพาน ทั้งนี้ในการเขียนอักษรธรรมว่า กฤตย์ นั้น อักษร “ กร ” ออกเสียงเท่ากับอักษร “ ข ”  และตัว “ ฤ ” ออกเสียงเป็น “ สระอึ หรือ สระอือ ” อยู่แล้ว         

    กฤตย์ หรือขึด มีความหมายว่า ต้องห้าม คือห้ามประพฤติปฎิบัติซึ่งถ้าหากกระทำในสิ่งที่ต้องห้ามแล้ว ผู้กระทำนั้นก็จะตกขึดหรือเกิดความอัปมงคล อันเป็นสิ่งที่ไม่ดีไม่งาม มีแต่ความเสื่อม เป็นเสนียดจัญไร ความพินาศฉิบหาย เกิดความทุกข์ความกังวล ทำให้ร้อนทั้งกายและใจ คอยเผาผลาญจิตใจให้ผุกร่อน สิ่งที่ไม่ดีไม่งามที่วิปริตอันมนุษย์ทำขึ้นเรียกว่าขึด
    ส่วนความไม่ดีไม่งามเพราะสัตว์เป็นตัวแสดงเหตุให้เห็น หรือเพราะปรากฎการณ์ธรรมชาติที่ไม่ค่อยจะพบเห็นบ่อยเรียกว่าอุบาทว์ เมื่ออุบาทว์เกิดขึ้นแล้วให้แก้ไชเสียภายใน 7 วัน ถ้าไม่แก้ไขก็จะเป็นขึด และถ้าสิ่งที่ผิดปกติที่เกิดขึ้นกับสัตว์หรือเกิดด้วยธรรมชาติ ถ้ามนุษย์ไปร่วมทำกับสิ่งเหล่านั้น เรียกว่า ขึดชา ขึดเขิง ขึดขวง และขึดเสื่อม ดังตัวอย่าง ดังนี้

    สัตว์ที่เกิดมาผิดปกติ ผิดธรรมชาติ ที่เห็นประจำมีไก่หมูซึ่งมีเล็บเท้า 5 เล็บ ผู้ใดฆ่าสัตว์พวกนี้จะเกิดขึดแก่ผู้นั้นดังนั้นคนจึงมักจะนำสัตว์เหล่านี้ไปปล่อยวัดเสีย

    ผู้หญิงโดยธรรมชาติต้องมีคู่ครองเป็นผู้ชาย หรือผู้ชายต้องมีคู่ครองเป็นผู้หญิง แต่ถ้าหญิงไปรักชอบสมสู่กับผู้หญิงด้วยกัน หรือผู้ชายไปชอบพอสมสู่กับผู้ชายด้วยกัน เป็นการผิดธรรมชาติ ผิดปกติ ผู้ใดประพฤติอย่างนั้นจะเกิดขึด ถูกขึดแม้แต่ฟ้ายังพิโรธและผ่าให้ตาย

    การวาดภาพคนก็ดี สัตวืก็ดี เทวดาก็ดี จุดที่ตกขึดอยู่ที่ดวงตา ถ้าคนไม่รู้แล้ววาดบ่อย ๆ จะเกิดความเสื่อมทีละน้อยเมื่อสะสมมากเข้าก็จะเกิดขึดแก่ตัวเอง เกิดการไม่สบาย เกิดโรคที่ไม่ควรจะเป็น เช่น ทำให้ตาบอด และถึงตายในที่สุด ดังนั้นในอดีตคนที่มีอาชีพทางวาดเขียน จึงต้องมีคาถาอาคมสำหรับเสกเป่าวัตถุที่ใช้วาด หรือท่องบ่นในขณะที่วาดตรงดวงตา ซึ่งเชื่องว่าจะป้องกันการเกิดขึดเสื่อมได้

    การที่จะรู้ว่ามีการตกขึดขึ้นหรือไม่นั้น จะสังเกตได้จากที่ว่าเมื่อใดก็ตามหมู่บ้านใดตาม เรือนใดก็ตามหรือวัดใดก็ตามเสนาอำมาตย์หรือประชากรในที่นั้นขาดความสามัคคีกัน มักมีการทะเลาะหรือข่มเหงกันอย่างไม่มีสาเหตุ มักเกิดโรคภัยอันตรายที่ทำให้เกิดความสูญเสียแก่ชีวิตและทรัพย์สินอย่างไม่น่าจะเป็นไปได้ แสดงว่าเมืองนั้น หมู่บ้านนั้น เรือนนั้นหรือวัดนั้นตกขึดเสียแล้ว ทางที่จะแก้ไขก็ต้องทำพิธีส่งขึดเท่านั้น ( ดูประกอบที่ ส่งขึด และโลกหานี )

    ทั้งนี้ ดบราณาจาย์ได้รวบรวมการกระทำที่ไม่เหมาะสมอันจะให้เกิดขึ้นไว้อย่างชัดเจน บางตำราอ้างว่ามาจากขุททกนิกายบางตำราอ้างว่ามาจากการที่พระมหาเถรอุบาลีชี้แจงแก้พระญาวิสสุกัมมะ ( พิษณุกรรม ) และอีกตำราหนึ่งมิได้บอกว่าขึดมีที่มาอย่างไร แต่ทุกตำรากล่าวสอดคล้องกันว่า ขึด มีอยู่ 3 สถาน ได้แก่ ขึดตกตัว คือขึดตกต้องบุคคลผู้เดียว ขึกตกบ้าน คือขึดตกต้องบุคคลทั้งหมู่บ้าน และขึดตกเมือง คือขึดตกต้องคนในเมืองทั้งหมด

    ีคำประกอบคำว่าขึด ทำให้เห็นเหมือนมีหลายชื่อคือ 1. ขึดเขิง 2. ขึดชา ( ขึดจา ) 3. ขึดเสื่อม และ 4. ขึดขวง

    ขึดเขิง คำว่าเขิงหมายถึงขึงหรือกางกั้น คือสิ่งที่คอยกางกั้นไม่ให้ไปสู่จุดมุ่งหมายได้ ทำให้หยุดความเจริญความงอกงาม

    ขึดชา คำว่าชา หมายถึงไม่ราบรื่น ทำให้เกอดความขัดข้องอุปสรรค

    ขึดเสื่อม ทำให้กระทำการอันไม่ดี เกิดความเสื่อมถอยจากยศ อำนาจและข้าวของสมบัติ

    ขึดขวง คำว่าขวงแปลว่ากรงขัง ซึ่งหมายความว่าขึดจะขังไม่ให้ผู้กระทำผิดหนีออกไปสู่ความดี หรือหนีไปสู้ความเจริญได้เลย จนกว่าจะทำให้ขึดตกไปเสียก่อน

    การถูกขึด คือความประพฤติผิดรีตบ้านคลองเมือง ( อ่าน “ ฮีดบ้านกองเมือง ”) คือจารีตประเพณีของสังคม ซึ่งแบ่งออกได้ดังนี้

    การผิดป่า การผิดป่านั้น เช่น เมื่อเดินทางไปทำธุระในป่า ถึงตอนที่จะทำการนึ่งข้าวหุงแกง ไปหาเอาไม้มาทำฟืนต้องตัดเอามาเป็นท่อนสั้น ๆ ถ้าไปลากมาทั้งกิ่งก็ดี ทั้งต้นก็ดีถือว่าเป็นการผิดป่า หรืออีกตัวอย่างหนึ่ง เมื่อรับประทานอาหารแล้ว เอาถ้วยชามลงไปล้างในลำห้วย ก็เป็นการผิดป่าจะทำให้เกิดอาเพศเหตุภัยขึ้นกับตัวเองและคณะ

    การผิดบ้าน คือการล่วงละเมิดกฎของหมู่บ้าน เช่น ไปตัดต้นไม้ประจำหมู่บ้าน ที่เรียกกันว่าไม้ศรีบ้านไม้นามบ้านถือว่าเป็นการผิดบ้าน ทำให้สังคมในหมู่บ้านนั้นเดือดร้อนถึงกับเกิดเหตุร้ายแรงขึ้นกับหมู่บ้านนั้น ๆ

    การผิดเมือง คือการประพฤติผิดรีตคลองของเมืองจะโดยผู้เป็นเจ้าเมือง เสนาอำมาตย์ หรือไร่ราษฎร เช่น ที่เคยเป็นหมู่บ้านไม่ให้เป็นหมู่บ้าน ที่ใดมีสะพานแต่รื้อถอนไม่ให้มีสะพาน เป็นต้น ดังนี้เรียกว่าผิดเมือง

    แบ่งขึดออกเป็น 2 จำพวกใหญ่ ๆ คือขึดหลวง และขึดน้อย สิ่งใดที่บุคคลทำขึ้นแล้วสร้างความเดือนร้อนให้สังคมเป็นอย่างมาก เรียกว่าขึดหลวง สิ่งใดที่บุคคลทำขึ้นสร้างความทุกข์ความเดือนร้อนให้แก่ตัวเองและครองครัวเท่านั้นเรียกว่าขึดน้อย

    ทั้งนี้ การกระทำที่โบราณาจารย์ถือว่าเป็นเรื่องขึดหรืออัปมงคล ดังที่ปรากฏในลักษณะขึด ซึ่งในหนังสือชื่อตำราพิธีส่งขึดและอุบาทว์ โดยสงวน โชติสุขรัตน์ ระบุพระมหาอุบาลีเถรเจ้ากล่าวกับ “ พระยาพิษณุ ” ให้ไปบอกแก่คนทั้งหลายว่า สิ่งที่ถือว่าขึดนั้น มีดังต่อไปนี้

    1. ปลูกเรือนตายฅืน เรือนห่างตายฅืน หรือเรือนตายแล้วกลับฟื้นขึ้นใหม่ มี 2 จำพวก คือเรือนที่รื้อไว้เกิน 6 เดือนแล้วเอามาปลูกใหม่เพื่ออยู่อาศัย และเรือนสร้างจาการที่ยุบเรือนหลายหลังมาสร้างเป็นเรือนหลังเดียว

    2. ปลูกเรือนท่าวลุก หรือเรือนล้มลุก มี 3 จำพวก คือเรือนที่รื้อแล้วปลูกใหม่เสร็จในวันเดียวกัน เรือนโย้จะล้มแล้วไม่รื้อปลูกใหม่กลับเปลี่ยนเฉพาะเครื่องไม้นั้น แล้วอาศัยอยู่ในเรือนหลังนั้นต่อไป และรื้อเรือนโดยไม่รื้อชานแล้วปลูกร่วมชาน

    3. เรือนสืบ คือเรือนที่ปลูกต่อเนื่องกันไปโดยไม่รื้อเรือนหลังเก่าเสียก่อน

    4. เรือนลีด คือเรือนเก่าไม่รื้อ แต่ลดขนาดให้เล็กลงกว่าเดิม

    5. เรือนสองหลังที่ทำประตูเรือนตรงกัน

    6. ปลูกเรือนมีสี่ประตู ไม่ดี ถือว่าเป็นประตูอบายทั้งสี่

    7. ปลูกเรือนมีหน้าต่าง 9 ช่อง ไม่ดี ถือว่าเป็นทวารทั้งเก้า ( น้อยหรือมากกว่าเก้าไม่เป็นไร )

    8. ทำให้บ้านเก่าลุกเป็นบ้านใหม่ มี 2 จำพวก คือขยับรั้วบ้านออกไปหรือหดเข้าเพื่อให้อาณาเขตของบ้านกว้างหรือแคบกว่าเดิม อีกอย่างหนึ่งคือรวมสองสวนหรือสามสวนเข้าเป็นสวนเดียว

    9. ย้ายยุ้งข้าวหรือครกกระเดื่องข้ามเรือน คือเดิมอยู่ทิศตะวันตกก็ย้ายไปทิศตะวันออกเป็นต้น

    10. ไม่ควรนอนตรงประตู ใต้ยุ้งข้าว ตรงกับขื่อ

    11. ไม่ควรปลูกเรือนคร่อมทางเดิมเก่า ทางแยก จอมปลวก บวกควาย ป่าช้า เจดีย์ร้าง ที่มีคนตายโหง

    12. ไม่ควรกินหรือใช้ของที่ถวายกับพระพุทธ พระธรรม พระสงฆ์

    13. ไม่ควรตัดฟัน คือตัดต้นหมาก ถลกเถาพลูทิ้ง ตัดตีนเสา และตัดหัวเทียนบนยอดเสา

    14. ไม่ควรรื้อทำลาย คือดอย เขตน้ำ จอมปลวก ค้อนคีม พระพุทธรูป คำสั่งเสียของผู้ตาย

    15. ไม่ควรถม คือที่อยู่ของพระพุทธ   บ่อน้ำ รูโพรงใต้ดิน บวก หนอง คลอง คู ที่อยู่ของเทวดา

    16. ไม่ควรเปลี่ยนแปลง คือจารีตโบราณ คำที่พ่อแม่สั่งความไว้

    17. ไม่ควรย้าย คือประตูบ้าน ประตูเรือน รั้วบ้าน

    18. ไม่ควรเลี้ยง แมว ช้าง วัว ควาย อย่างละ 5 ตัว

    19. รูปที่ไม่ควรมีอยู่ในบ้าน คือ รูปช้าง รูปม้า รูปราชสีห์ รูปยักษ์ รูปเสือ รูปนาค

    20. คนและสัตว์ที่ไม่ควรฆ่า คือฆ่าพ่อฆ่าแม่ ฆ่าตัวเองสัตว์ที่ใช้งาน ทูตของพระราชา งูที่ลายเหลืองสลับดำ สัตว์ที่มาบอกลาง เช่นงูขึ้นเรือน เป็นต้น

    21. ไม้ที่ไม่ควรนำมาสร้างเรือน คือไม้จากยุ้งข้าว ไม้จากครัวไฟ ไม้จากโรงและตัวครกกะรเดื่อง

    จากที่กล่าวมาทั้ง 21 รายการนี้ เห็นได้ว่ามักจะเป็นเรื่องเกี่ยวกับการปลูกบ้าน แต่ก็ยังมีเรื่องเกี่ยวกับสาธารณประโยชน์และเกี่ยวกับพุทธศาสนาอยู่ด้วย และความจากตำราฉบับเดียวกันนี้บอกว่าพระมหาเถรอุบาลีบอกพระยาพิษณุว่าการกระทำที่ก่อให้เกิดความขึด คือ

    ถมสมุทร                  หมายถึงการถมบ่อน้ำ สระน้ำ คูน้ำ เป็นต้น แล้วใช้เนื้อที่ทำสวนหรือทำนา

    ขุดกระแส                หมายถึงการย้ายทางเดินของน้ำ

    แหม่รูทวาร               หมายถึงการปิดหรือการย้ายประตูบ้านเรือนประตูเมืองหรือประตูคุ้ม และยังรวมความไปถึงว่าสร้างประตูใหม่แต่ไม่ดีเท่าของเดิมอีกด้วย

    รานสรี                      ( อ่าน “ ฮานสะหลี ”) คือตัดกิ่งไม้ต้นโพธิ์ และไม้ที่เป็นศรีเมืองหรือต้นไม้ใหญ่ที่มีรุกขเทวดาสิงอยู่

    ม้างตีอก                    หมายถึงการรื้อทำลายทั่ง ค้อน หรือคีมตีเหล็ก

    ปกกะโดง                 หมายถึงการตัดฟันกิ่งไม้หรือง่าไม้เพื่อเอาธงตะขาบไปแขวนบนต้นไม้นั้น ๆ

    จากการศึกษาของบำรุง บารมี พบว่ามีการกล่าวถึงลักษณะขึดซึ่งผิดแผกจากที่กล่าวมาบ้าง คือเบือนกระแส คือ ฝืนครรลองปฏิบัติต่าง ๆ ในการสร้างบ้าน เช่น ฝังเสาโดยเอาด้านปลายเสาลง แผ่ทวาร คือการทำประตูที่ไม่ถูกจารีต เช่น ประตูเรือนตรงกันกับกระบะเตาไฟ เป็นต้น

    รานพนม                  คือทำลายจอมปลวก ทำลายภูเขา หรือทำลายคันนาเพื่อปลูกบ้าน

    ถมสมุทร                  คือถมบ่อ ถมหลุด หรือร่องน้ำ เพื่อปลูกบ้าน

    ขุดธรณี                    คืออยู่บ้านใหม่ไม่ครบสามปีแต่กลับขุดบ่อขุดหนองหรือขุดคู

    ตรีโอฎฐ์                   คือสร้างสิ่งที่ควรอยู่ต่ำกว่าให้สูง เช่น ทำเชิงเทียนสูงกว่าพระพุทธรูป สร้างเรือนสูงใหญ่กว่าเรือนของตระกูล สร้างหอกลองหรือหอธัมม์ไว้ในบ้าน แต่ก็อาจหมายความว่า “ ตรีโอฎฐ์ ” ที่แปลว่าพูดโกหกก็ได้

    โจทก์ครู                   คือทับถมครูอาจารย์ และปฏิเสธว่าไม่ได้เป็นศิษย์ของครู

    กระโดงทุมมา          คือตัดฟันไม้สำคัญของบ้านเมือง เอาธงไปแขวงกับกิ่งไม้ปลายไม้

    พิลาลับแลกล้ำ          คือสับตำแหน่งที่ตั้งของอาคารหรือเครื่องไม้ของอาคาร ย้ายยุ้งข้าวข้ามเรือน ย้ายเรือนข้ามยุ้งข้าว

    ไคลคลา                    คือเพื่มอาคารในที่ไม่ควรเพิ่ม เช่น ปลูกเรือนใหม่ในทิศเหนือหรือทิศตะวันออกของเรือนเก่า และปลูกยุ้งข้างเพิ่มเป็นสองหลัง

     
     

    9/7/2006

    ตะลึง! ไอ้กริด ฝันเปียกตั้งแต่ 8 ขวบ!!!!!!!!!!!!!!!!!!!

    11 January 2006
    ตะลึง! เด็กไทยฝันเปียกตั้งแต่ 8 ขวบ
    ตะลึง! เด็กไทยฝันเปียกตั้งแต่ 8 ขวบ
    โดย ผู้จัดการออนไลน์ 11 มกราคม 2549 14:48 น.
    http://www.manager.co.th/QOL/ViewNews.aspx?NewsID=9490000003910
     

    จุฬาฯ วิจัยพบเด็กไทยโตเป็นหนุ่ม-สาวเร็วขึ้น เด็กชายฝันเปียกครั้งแรก อายุต่ำสุด 8 ปี ส่วนเด็กหญิงมีประจำเดือนอายุต่ำสุด 9 ปี สอดคล้องกับผลวิจัยของอังกฤษ พร้อมชี้เด็กที่โตเร็วมากๆ หากไม่ได้รับการชี้ทางด้วยความรักความเข้าใจ ทั้งทางร่างกายและจิตใจ โตขึ้นอาจกลายเป็นผู้ใหญ่เจ้าปัญหาได้
    นางสาวศิริยุพา นันสุนานนท์ ผู้วิจัยเรื่อง “การศึกษาความรู้ เจตคติ ความเชื่อ และพฤติกรรมทางเพศของเยาวชนไทย” จากศูนย์วิจัยและพัฒนาเพศศาสตรศึกษา สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย ซึ่งได้รับทุนสนับสนุนจากสำนักงานกองทุนสนับสนุนการวิจัย (สกว.) เปิดเผยว่า จากการเก็บข้อมูลเยาวชนหญิงชายที่มีอายุระหว่าง 10 - 24 ปี ในเขตกรุงเทพฯ และส่วนภูมิภาค ของประเทศไทย จำนวน 5,998 คน ระหว่างปี พ.ศ.2546- 2547 พบว่า เด็กหญิงและเด็กชายไทยเข้าสู่ภาวะการเจริญพันธุ์เร็ว โดยเด็กหญิงจำนวน 3,290 คน เริ่มมีประจำเดือนครั้งแรก เมื่ออายุเฉลี่ย 12.69 ± 1.36 ปี ต่ำสุด คือ 9 ปี (อยู่ในกลุ่มอายุน้อยกว่า 10 ปี คิดเป็นร้อยละ 3.9) สูงสุด คือ 20 ปี (อยู่ในกลุ่มอายุมากกว่า 10 ปี คิดเป็นร้อยละ 96.1) ส่วนเด็กชายจำนวน 2,708 คน เริ่มมีฝันเปียกครั้งแรก เมื่ออายุเฉลี่ย 13.63 ± 1.74 ปี ต่ำสุด คือ 8 ปี (อยู่ในกลุ่มอายุน้อยกว่า 10 ปี คิดเป็นร้อยละ 2.6) สูงสุด คือ 22 ปี (อยู่ในกลุ่มอายุมากกว่า 10 ปี คิดเป็นร้อยละ 97.4)
    จากผลการวิจัยครั้งนี้สอดคล้องกับผลวิจัยในต่างประเทศอังกฤษที่ยืนยันว่า เด็กรุ่นสหัสวรรษใหม่ จำนวน 14,000 คน เด็กผู้หญิง 1 ในทุกๆ 6 คน เริ่มแตกเนื้อสาวเมื่ออายุย่าง 8 ขวบ เทียบกับจำนวนเพียง 1 ใน 100 ของเด็กหญิงรุ่นก่อน และเด็กผู้ชาย 1 ใน 14 คน ก็เริ่มแตกพานในอายุ 8 ขวบ เทียบกับจำนวนเพียง 1 ใน 150 ของเด็กชายรุ่นก่อนเช่นกัน และเด็กที่โตเร็วขนาดนี้ หากไม่ได้รับการชี้ทางด้วยความรักความเข้าใจ ทั้งทางกายและใจ อาจจะกลายเป็นผู้ใหญ่เจ้าปัญหาก็เป็นได้ การศึกษาวิจัยในเรื่องการมีฝันเปียกครั้งแรกของเด็กชายเท่าที่ผ่านมานั้นยังไม่มีการศึกษามากนัก ส่วนใหญ่จะเน้นหนักไปในเรื่องของการมีประจำเดือนครั้งแรกกลุ่มเด็กหญิงมากกว่า ซึ่งน่าจะมีการศึกษาต่อถึงการเปลี่ยนแปลงของร่างกาย และจิตใจในเด็กชาย เพื่อที่จะเป็นแนวทางในการให้ความรู้ และการให้การปรึกษาแก่เด็กและวัยรุ่น
    “การเปลี่ยนแปลงของร่างกายมีประจำเดือนหรือมีฝันเปียกเร็วนั้น ยังไม่พบว่ามีความสัมพันธ์กับการมีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยอันควรในเด็ก แต่ในตัวเลขที่น่าเป็นห่วงนี้ จึงเป็นประเด็นที่น่าสนใจในการศึกษาค้นคว้า อีกทั้งยังมีเด็กที่ตกเป็นเหยื่อทางเพศอีกจำนวนหนึ่ง ซึ่งมีเพศสัมพันธ์เร็ว ครั้งแรกเพียงอายุ 7 ขวบ กลับพบว่าคู่ที่เพศสัมพันธ์ด้วยนั้นเป็นผู้ใหญ่ที่อายุ 55 ปี ดังนั้น ผลการสำรวจเด็กมีเพศสัมพันธ์เร็วจึงไม่เฉพาะในการวิจัยเท่านั้น แต่เป็นผลจากการล่วงละเมิดทางเพศด้วย”
    ศ.นพ.นิกร ดุสิตสิน ผู้อำนวยการศูนย์ วิจัยและพัฒนาเพศศาสตรศึกษา สถาบันวิจัยวิทยาศาสตร์การแพทย์ จุฬาลงกรณ์มหาวิทยาลัย กล่าวเพิ่มเติมด้วยว่า การพัฒนาทางเพศเป็นเรื่องแปลกแต่จริง ซึ่งเคยมีการบันทึกข้อมูลจากประเทศแถบสแกนดิเนเวียว่าทุกๆ 10 ปี เด็กหญิงจะมีประจำเดือนเร็วขึ้น 4-5 เดือน ซึ่งเมื่อก่อนผู้หญิงจะมีประจำเดือนครั้งแรก อายุ 18 ปี ซึ่งทั้งร่างกายและจิตใจเติบโตสัมพันธ์กัน ขณะที่ปัจจุบันร่างกายเติบโตแซงหน้าจิตใจไปแล้ว ซึ่งต้องบอกไว้ก่อนเหมือนกันว่าเด็กยังไม่มีความต้องการทางเพศเลย อย่ามองว่าเด็กไม่ดี เพราะส่วนมากที่มีเพศสัมพันธ์ก่อนวัยเกิดจากการกระทำของผู้ใหญ่ และปัญหาด้านเพศก็เป็นปัญหาของทุกเพศทุกวัยด้วย
    น.ส.ศิริยุพา กล่าวอีกว่า นอกจากนี้จากการเก็บข้อมูลเชิงคุณภาพพบว่า กลุ่มตัวอย่างจะไม่รู้มาก่อนว่า ต้องมีการเปลี่ยนแปลงเข้าสู่วัยหนุ่มวัยสาวอย่างไร และพ่อแม่มักจะกล่าวว่า เมื่อถึงเวลาก็รู้เอง ทำให้เกิดความเข้าใจว่า เมื่อโตขึ้นก็จะรู้ได้เอง ประเด็นนี้การให้ความรู้เพศศาสตรศึกษาโดยเฉพาะในเรื่องของพัฒนาการทางเพศ การเปลี่ยนแปลงของร่างกาย จิตใจ และอารมณ์เมื่อเข้าสู่วัยรุ่น รวมถึงระบบสืบพันธุ์และสุขอนามัยทางเพศ น่าจะเป็นส่วนสำคัญในการเตรียมความพร้อมสำหรับเด็กและวัยรุ่น รวมทั้งเป็นการสร้างความเข้าใจในเรื่องเพศว่า เป็นส่วนหนึ่งของชีวิตมนุษย์ตั้งแต่เกิดจนกระทั่งเข้าสู่วัยสูงอายุ
    สำหรับข้อมูลกลุ่มเยาวชนที่มีเพศสัมพันธ์แล้วพบว่า อายุเฉลี่ยในการมีเพศสัมพันธ์ครั้งแรกของเยาชนจะอยู่ที่ 16.67±2.24 ปี ซึ่งถือว่าอายุค่อนข้างน้อย และยังอยู่ในวัยเรียน ส่วนการได้รับความรู้ด้านอนามัยเจริญพันธุ์นั้นเยาวชนส่วนใหญ่ตอบว่าเคยได้รับความรู้ แต่เป็นเพียงแค่ได้ยิน แต่ไม่เข้าใจหรือมีความรู้ลึกซึ่งแต่อย่างใด สำหรับประสบการณ์การมีเพศสัมพันธ์ ดูเฉพาะในกลุ่มที่อยู่นอกสถานศึกษาจำแนกตามระดับการศึกษาพบว่า กลุ่มที่ไม่ได้ศึกษา/ระดับประถม-มัธยมศึกษาตอนต้น/อาชีวศึกษา เคยมีประสบการณ์มากกว่ากลุ่มที่กำลังศึกษาอยู่ ประสบการณ์การมีเพศสัมพันธ์ในขณะที่กำลังศึกษาอยู่ พบว่าเด็กกลุ่มเสี่ยง คือ กลุ่มอาชีวศึกษา
    น.ส.ศิริยุพา กล่าวต่อว่า ในเรื่องของการให้ความรู้เรื่องอนามัยเจริญพันธุ์ที่วัยรุ่นต้องการจำแนกตามระดับการศึกษาที่จบพบว่า เยาวชนที่อยู่ในสถานศึกษาได้รับความรู้มากกว่ากลุ่มที่จบการศึกษาแล้วหรืออยู่นอกสถานศึกษา และรูปแบบการให้ความรู้ที่นิยมคือ ทีวี โรงเรียน และในตำราเท่านั้น ที่สำคัญการให้บริการด้านอนามัยเจริญพันธุ์ส่วนใหญ่อยู่ในชุมชน เป็นการจัดการบริการให้ช่วงอายุค่อนข้างกว้างคือ 15-44 ปี เป็นบริการสำหรับวัยเจริญพันธุ์ไม่ใช่ให้บริการกับวัยรุ่นโดยตรง และเป็นการให้บริการแบบตั้งรับ ซึ่งลักษณะการให้บริการ การรอเจ้าหน้าที่ให้บริการของภาครัฐมีปัญหาไม่สะดวกเท่าการให้บริการของเอกชน สำหรับเรื่องเพศศึกษาส่วนใหญ่เป็นการเรียนรู้เรื่องเพศจากโรงเรียน โดยเนื้อหาจะอยู่ในวิชาสุขศึกษาตั้งแต่ชั้นประถมศึกษา และครูสอนแบบเน้นวิชาการและทฤษฎีเท่านั้น
    ในส่วนของการมีเพศสัมพันธ์พบว่า วัยรุ่นในชุมชนจะมีเพศสัมพันธ์กันเร็วมาก ซึ่งมาจากอิทธิพลของกลุ่มเพื่อนโดยเฉพาะผู้ชาย และทัศนคติในสังคม ส่วนเรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์และเอดส์ พบว่าวัยรุ่นในชุมชนส่วนใหญ่ยังมีความรู้และการปฏิบัติตนไม่ถูกต้องในเรื่องการป้องกัน รวมทั้งวิธีการรักษาส่วนวัยรุ่นในโรงเรียนพบว่าส่วนใหญ่มีความรู้เรื่องโรคติดต่อทางเพศสัมพันธ์ วิธีการคุมกำเนิด โดยวัยรุ่นเห็นว่าการคุมกำเนิดเป็นความรับผิดชอบของผู้หญิงเนื่องจากผู้หญิงเป็นคนที่ตั้งครรภ์ ซึ่งวิธีการคุมกำเนิดมักเป็นแบบชั่วคราวถือใช้ถุงยางอนามัย หรือกินยาคุม
    น.ส.ศิริยุพา กล่าวต่อว่า ข้อมูลที่ได้จากงานวิจัยดังกล่าวข้างต้นคิดว่าหน่วยงานที่ทำงานเกี่ยวข้องกับเด็กและเยาวชน ควรส่งเสริมให้ความรู้เรื่องอนามัยเจริญพันธุ์อย่างต่อเนื่องและเหมาะสมกับบริบททางสังคมและวัฒนธรรมของไทย และควรจัดให้มีบริการด้านอนามัยการเจริญพันธุ์สำหรับวัยรุ่นเป็นแบบเชิงรุก โดยเน้นบ้าน ชุมชน และโรงเรียนเป็นหลัก ซึ่งเชื่อว่าน่าจะช่วยเพิ่มพูนความรู้เรื่องเพศศึกษาให้แก่เยาวชนไทยได้พอสมควร

    ความคิดเห็นที่ 10
    8 ขวบผมก็ช่วยตัวเองแล้ว ฝันเปียกเคยทีเดียวเองตอนอายุ 15
    1นาทีหญิง=1วินาทีชาย
    ความคิดเห็นที่ 9
    ผมอายุสิบแปดแล้วแต่ยังไม่เคยฝันเปียกเลยจริงๆครับ
    คนที่หลั่งครั้งแรกตอนปอหก (ilovewasa สมาชิก)
    ความคิดเห็นที่ 8
    ประเทศอื่นเค้าคงไม่ปล่อยให้ััฝันเปียกมั้ง....หุ...หุ
    รู้นะคิดไรอยู่
    ความคิดเห็นที่ 7
    ผม 11 ปีอ่ะ
    gibag
    ความคิดเห็นที่ 5
    ไม่เคยฝันเปียกเลยเพราะช่วยตัวเองตั้งแต่ยังไม่ฝันเปียก
    งงมาก
    ความคิดเห็นที่ 3
    ไม่เห็นแปลก
    เราเองฝันแฉะตั้งแต่
    ทารก ทำเป็นเรื่องไปได้
    ทำตัวเป็นกลาง ๆ
    ไม่คิดมาก เท่าไร
    โลกมันหมุนไปเรื่อย ๆ
    คิดให้มันธรรมดา
    posted by kkrit ilovewasa at 1/11/2006 04:12:00 PM  

    ข่าวลือลวงโลก ทั้งมันส์ ทั้ง ซี้ด ส์

    kkrit ilovewasa 's FAKE NEWS

    ข่าวลือลวงโลก ทั้งมันส์ ทั้ง ซี้ด ส์

    หลังจากที่เคยมีข่าวลือว่า ช่างภาพสมัครเล่น สายรถยนต์ นามกระฉ่อนโลก kkrit ilovewasa เกิดอาการท้องไม่รับ กับนางแบบ Nude สาววัยละอ่อน นามว่า **** จนเป็นประเด็นไปเมื่อครั้งก่อน
    ล่าสุดมีข่าว Update เกี่ยวกับกรณีดังกล่าวแล้ว
    โดยมีเพื่อนสนิทของนางแบบสาว ออกมาให้ข่าวว่า หลังจากข่าวออกมา ทาง ilovewasa ก็ได้นัดนางแบบสาวมาตกลง เพื่อให้รับเงินไปก้อนหนึ่ง เพื่อให้****เก็บตัวปิดข่าวนี้เงียบไปเลย และไม่มีวี่แวว ว่าจะตกลงยอมรับผิดชอบในเรื่องที่เกิดขึ้น
    เพื่อนสนิทของนางแบบสาวกล่าวว่า น่าจะมาจาก **** เป็นนางแบบ Nude และ เคยถ่ายหนังประเภทปลุกใจเสือป่า ทั้ง RATE R Rate X มากมาย เข้าขั้นเป็นนางเอกแถวหน้าของวงการ VCD แนวนี้เลยด้วยซ้ำ
    นอกจากนั้น **** ยังเป็นนางแบบ Nude ที่เข้าวงการรุ่นเดียวกับ “น้องแนท”นางแบบสาวทรงโต ที่ชื่อกระฉ่อนเมือง ตกเป็นข่าวหน้าหนึ่งไปทุกหัว ด้วยถูกตำรวจสั่งจับ กรณีถ่ายหนัง X จนดังไปทั่วบ้านทั่วเมือง กลายเป็นขี้ปากของคนทั้งประเทศ ก่อนจะเกิดกระแสต่อต้านทุกโชว์ของสาวคนนี้ จนหมดอนาคตที่จะสานต่อความดังจากข่าวดังกล่าวไปเสียสิ้น
    สำหรับกรณีการเป็นนางเอก VCD เรท X ของน้อง****นั้น พบว่า เป็นเรื่องจริง โดยทีมงานของ ร.ร. นอวอ ได้พบแผ่น vcd ที่วางขายในตลาดมืดที่ชื่อว่า น้องแนทสี่ พบนางแบบที่แสดงบทรักอย่างหวือหวา กับดาราชาย และมีรอยสักที่บริเวณหัวไหล่ซ้าย อันเป็นรอยสักตำแหน่งเดียวกันที่เห็นได้ในภาพนิ่งของน้อง****
    แต่อย่างไรก็ตาม เพื่อนสนิทของฝ่ายหญิง ก็ได้ออกความเห็นว่า ilovewasa น่าจะแสดงความรับผิดชอบมากกว่านี้ ไม่ควรเอาเรื่องแบบนี้มาเป็นเหตุผลในการไม่ยอมรับสิ่งที่เกิดขึ้น
    และสาเหตุที่ทำให้ilovewasaไม่สามารถรับผู้หญิงคนนี้เป็นภรรยาได้นั้น สาเหตุมาจากสิ่งที่นางแบบได้ไปมีการทำงานที่ไม่เหมาะสมในสังคม (แต่ยังหมาะสมสำหรับตัวเขา) ทำให้ilovewasaไม่สามารถยอมรับเป็นภรรยาได้
    แต่อย่างไรก็ตามilovewasaยังคงรับผิดชอบแต่เพียงเด็กที่จะเกิดมาเท่านั้น แต่ไม่รับผิดชอบในตัวนางแบบ

    เด็กคนนั้น อาจไม่ใช่ลูก ilovewasa ก็ได้ ก็เธอเป็นนางเอกหนังเอ็กซ์นี่หว่า...

    คนที่มีอาชีพถ่ายหนัง X มันผิดมากเลยเหรอ วะ ขนาดยอมรับเป็นไม่ได้ ยังไงๆเขาก็เป็นเมียอยู่ดีแหละวะ ถ้าไม่ยอมรับแล้วไปเอากะเค้าทำไม ฟาย

    อ่าววว พิมพ์ตก..เอาใหม่ เมื่อคนทำตัว เสื่อม มาเจอกัน ก็กำเนิดเด็กน้อยมารับกรรมแบบนี้แหละครับ

    ก้อใครใครก้อต้องเลือกผู้หญิงดีดีมาเป็นคู่ชีวิต
    ------------จงอย่าแต่งงานกับคนที่คุณอยู่ด้วยด้าย จงแต่งงานกับคนที่คุณขาดไม่ด้าย-----------

    ไอ้ilovewasa ไม่ลูกผู้ชาย หน้าตาไม่หล่อ ยังไม่ลูกผู้ชาย....ถ่อย

    หุ่นเเม่คุณก้อ ออกจะหาได้เทียบ เเถมลีลายังเปนที่หนึ่ง ใครไม่อยากจะได้ ป๋ามป๋าม ม่างละ
    เห้อ ผู้ชายก้อเหมือนกาน ไม่ยอมหักห้ามใจตัวเอง

    ควายใครเค้าจะเอาก-หรี่มาเป็นเมียใช้หัวสมองส่วนตาตุ่มคิดมั่งดิ ตัวเธอเองน่ะก็ใช่ว่าจะดี ท้องกับคนอื่นรึป่าวแล้วมาบอกว่าพี่แด๊กเป็นพ่อ เธอก็เป็นแค่นางบำเรอของคนอื่นเท่านั้นแหล่ะสำคัญที่เป็นที่ระบายอารมย์ก็พอแล้ว

    ที่ท้องมา ใช่ลูกพี่แด้ก หรือป่าว หรอก เปง นางเอก หนัง x มันใจแค่ไหนว่าถ่ายทุกครั้งจะไม่มีพลาด แล้วอีกอย่าง ถ่ายหนัง x ผู้หญิงดีๆ ใครเค้าทำ .....ชายทุกคน ก้ออยากจะได้ ผู้หญิงดีๆ มาเปงเมีย กันทั้งนั้น แหละ

    ****นี่เปงอิสลามเหรอ ทามมายชื่อ**** (มันชื่ออิสลามไม่ใช่เหรอ) แต่เราสงสารเด็กที่จาเกิดมาอ่ะ
    (--- คนนี้อาจไม่ใช่อิสลาม แต่อาจเป็น ชี-อิส-ลามก ---)

    เขาให้เงินก้อดีและ มั่วไปกี่คนอ่า พวกนายที่เข้ามาด่าแด๊กอ่า ไม่นึกถึงหัวอกเขามั่งเลย
    ถ้านายเปนชายนะ เมียนายไปมีชู้ไปโดนเขาเอา ตั้งไม่รู้กี่คนต่อกี่คนและมาบอกว่า ท้องกับตนเอง เปนผมผมจะด่าไห้

    ความคิดเห็นที่ 58
    \"ใครจะเอานางเอกหนังx มาเป็นภรรยาว ะ......\"

    ไม่รู้ล่ะ บริสุทธิ์หรือเปล่า ข้าไม่สน
    สนแต่ว่า มีเอดส์หรือเปล่า รักกันจริงหรือเปล่า เท่านั้นเอง
    จาก : zhonghua zunchi [ IP : ]
    วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2548--[ เวลา 16:09:56 น. ]

    ความคิดเห็นที่ 59
    เสียดายจริงๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆๆเลยว่ ะ ที่ไม่ได้เรียนห้องเดียวกับผู้หญิงประเภทนี้บ้าง
    จาก : zhonghua zunchi [ IP : ]
    วันอาทิตย์ที่ 18 ธันวาคม พ.ศ. 2548--[ เวลา 16:10:53 น. ]

    posted by kkrit ilovewasa at 1/06/2006 07:29:00 PM